บทที่ 5 ตอนที่4 ให้ข้าช่วย3

“ท่านจะเป็นองค์ชายหรือไม่ใช่องค์ชายมิได้สำคัญ ขอเพียงท่านหลุดออกจากอดีตที่ท่านกำลังจมปลักอยู่ ให้ข้าช่วย”

"มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า"

"ข้าอยากช่วยท่าน"

“ไม่จำเป็น ข้าไม่ต้องการ” เขาตอบตามสัตย์

“ท่านชอบช่วยตัวเองรึ” นางถามตามตรง

“.....”

“......”

และภายในห้องอันรโหฐานแห่งนี้ที่อดีตไม่เคยได้ปรากฎร่างของสตรีนางใดได้ย่างกรายเข้าไปมาก่อนเลย แต่บัดนี้กลับมีหญิงสาวนางหนึ่งผู้ซึ่งกำลังอยู่บนตัวขององค์ชายสี่หลี่เซียวเหยา

ทั้งสองชายหญิงคู่นั้นกำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติในท่วงท่าหมิ่นเหม่ชวนวาบหวิว และภาพนั้นกำลังปรากฎอยู่ในสายตาของสตรีอีกนางหนึ่ง

นางที่ซึ่งมักจะชอบแอบมององค์ชายสี่อยู่โดยตลอดในเวลาเนิ่นนานปีที่ผ่านมา

“นั่นเจ้ากำลังทำอะไร” เสียงบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของสตรีที่แอบมองหลี่เซียวเหยากับเจินเจินอยู่ตรงประตูหน้าห้อง

“เจ้าคือ เซียงอวี๋” ชายผู้นั้นเอ่ยทักทายเมื่อเห็นและจำได้ว่านางเป็นใคร นางเป็นน้องสาวของอดีตชายาขององค์ชายสี่หลี่เซียวเหยาที่ตายไป นางคอยติดตามดูแลองค์ชายสี่มาตลอดเวลาหลายปีด้วยเหตุผลเพื่อชดเชยความผิดให้พี่สาวที่สร้างความอัปยศไว้ให้กับองค์ชายสี่พี่ชายของเขา

“เอ่อ! องค์ชายห้า”

เซียงอวี๋เห็นบุรุษผู้มาใหม่จึงหันไปทำความเคารพอย่างตระหนกตกใจ “ถะ ถวายบังคมองค์ชายห้า เพคะ”

“เจ้ายังติดตามองค์ชายสี่อีกหรือ ติดตามมาถึงที่นี่เชียว” หลี่จื้อเฉิงหรือองค์ชายห้าพระอนุชาอีกคนของฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าหลี่ขมวดคิ้วคมขึ้นพลางถามอย่างสงสัย

“เอ่อ! เพคะ องค์ชายห้า”

เซียงอวี๋ก้มหน้าหลบสายตาก่อนตอบรับเสียงเบา                 นางเคยถูกห้ามไม่ให้ติดตามแต่นางฝืนจนได้มา

“เอาล่ะๆ ช่างเถอะ” หลี่จื้อเฉิงไม่อยากต่อความจึงทำท่าเดินเข้าห้องตรงหน้า

“เสด็จพี่ของข้าอยู่หรือไม่ อ่ะ!” ชายหนุ่มถึงกับหยุดชะงักกับภาพตรงหน้าที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้

เขาจึงเข้าใจได้ในทันที ว่าทำไมเซียงอวี๋จึงต้องยืนเกาะประตูแน่นเยี่ยงนั้น

และภาพนั้น

ภาพนั้น...

หลี่จื้อเฉิงตาโตตกใจ พลันหันหลังกลับไปแล้วออกวิ่งอย่างเร็ว เปลี่ยนเป้าหมายไปอีกตำหนักหนึ่งทันที ซึ่งแต่เดิมนั้น หลี่จื้อเฉิงต้องการมาชวนหลี่เซียวเหยาเล่นหมากล้อม แต่ภาพที่เขาได้ประสพพบเจอทำให้เขาไม่อยากเล่นหมากล้อมอีกต่อไป

เพราะภาพนั้น

เรื่องนั้น

ต้องขยาย....

ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินแคว้นต้าหลี่

“ทูลฮ่องเต้ องค์ชายห้าหลี่จื้อเฉิงขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”

สิ้นเสียงขันทีหน้าประตูห้องเสียงหนึ่งพลันดังตามมาพร้อมร่างสูงสง่าของบุรุษที่ชื่อหลี่จื้อเฉิงพุ่งพรวดเข้ามา

“เสด็จพี่...”

องค์ชายห้าหลี่จื้อเฉิงเป็นพระอนุชาอีกคนหนึ่งของฮ่องเต้หลี่ซ่งหมิน

ทั้งองค์ชายสี่หลี่เซียวเหยาและองค์ชายห้าหลี่จื้อเฉิงเป็นพระอนุชาที่ฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินทรงสนิทสนมทั้งยังไว้วางใจให้มาช่วยงานที่แคว้นต้าหลี่ซึ่งได้แยกขยายอาณาเขตออกจากแคว้นหลี่ดั้งเดิม

และเหตุที่พวกเขาค่อนข้างสนิทสนมกันจึงไม่คำนึงถึงพิธีรีตองอะไรมากนักในเขตส่วนบุคคลแห่งนี้

“เสด็จพี่ ข้ามีเรื่องของพี่สี่มากราบทูล” หลี่จื้อเฉิงเริ่มต้นบทความที่ต้องการขยายจากภาพที่เห็นภายในตำหนักของหลี่เซียวเหยาทันทีโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด ด้วยใจยังคงติดภาพของหลี่เซียวเหยาอยู่

เขายังคงกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ข้าต้องการให้เสด็จพี่จัดงานอภิเษกสมรสให้พี่สี่โดยเร็ว พี่สี่จะได้ตื่นจากฝันร้ายที่พยายามกลบเอาไว้ด้วยธรรมะเสียที”

ประโยคนี้ของหลี่จื้อเฉิงทำเอาฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินเจ้าของห้องต้องมองอย่างฉงน

“มีเรื่องอันใดหรือ น้องพี่” หลี่ซ่งหมินลุกขึ้นเดินมาที่พระอนุชาของตนพร้อมเอ่ยถามอย่างใคร่รู้

“เฮ้อ! เสด็จพี่ไม่ทรงทราบหรอกว่ากระหม่อมเห็นอะไรมา ภาพนั้นมันทำให้กระหม่อมน้ำตาแทบไหล ในที่สุดพี่สี่ก็ได้หลุดพ้นจากความอัปยศอดสูในอดีตเสียที” หลี่จื้อเฉิงกล่าวขึ้นพร้อมกับทำท่าปาดน้ำตาที่ไม่มีสักหยด พลางเอ่ยต่อเนื่อง “เพราะข้าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ข้าจึงเข้าใจอารมณ์บุรุษเพศเป็นอย่างดี  พี่สี่ของข้าคงเก็บกดมานานปี  พระองค์ต้องช่วยพี่สี่ของข้านะ”

หลี่จื้อเฉิงยังคงย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง “พระองค์ต้องทรงช่วยจัดงานอภิเษกสมรสให้องค์ชายสี่นะ พะย่ะค่ะ”

และเมื่อข่าวการขอพระราชทานสมรสแพร่ออกไป…

“ข้าไม่รู้เรื่องนะ” เจินเจินสาวงามที่สุดในปฐพีกำลังวิ่งหนีการไล่ล่าฆ่าฟันจากหลี่เซียวเหยาอย่างต่อเนื่อง “ท่านช่วยฟังข้าก่อนได้หรือไม่”

หลี่เซียวเหยายังคงก้าวย่างอย่างสุขุมงามสง่าด้วยท่วงท่าเย็นชาแฝงความอำมหิตแผ่กลิ่นอายสังหารมาทางเจินเจินโดยไม่คิดจะสนใจคำแก้ตัวใดๆ

“ข้าแค่อยากช่วยท่าน มิได้คาดหวังถึงขั้นแต่งงานเลยจริงๆนะ” เจินเจินยังคงอธิบายพลางกระโดดตัวลอยหลบคมดาบที่อยู่ในมือของหลี่เซียวเหยา 

ในขณะที่หลี่เซียวเหยากำลังถือดาบคมกริบแวววาวไล่บี้ตามติดร่างงามของเจินเจิน

“เจ้ามันนางจิ้งจอกร้อยเล่ห์มารยา” หลี่เซียวเหยาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ดวงตาคมปลาบดำดิ่งไร้ก้นบึ้งลึกล้ำของเขาที่เดิมทีไม่เคยได้ปรากฎเงาของใครในดวงตานั้นมาก่อน

บัดนี้ ได้ปรากฎเงาของสตรีนางหนึ่ง

ผู้ซึ่งทำให้เขา ตบะแตก! เกินควบคุมอารมณ์ใดๆอยู่ในขณะนี้

“ข้าเป็นนางจิ้งจอกจริง แต่ข้าบริสุทธิ์ใจนะ” เจินเจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอดครวญ

“ข้าจะขวักใจของเจ้าออกมาดู ว่าบริสุทธิ์จริงหรือไม่” หลี่เซียวเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันพลางชี้ดาบหมายคาดโทษไปทางเจินเจิน

“ไม่ดีหรอกนะ ฮือ...”

และการไล่ล่าก็ยังคงดำเนินต่อไป...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป